บทที่ 1
เฮนรี่
หัวใจของผมเต้นระรัวกระแทกอก ลำคอตีบตันและแห้งผาก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผาก ผมเอื้อมมือไปเช็ดมันออกด้วยหลังมือที่ชื้นเหงื่อ
รถแท็กซี่กำลังแล่นเข้าไปใกล้ทุกที
ผมกำลังเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ รู้สึกประหม่าและไม่แน่ใจเลยว่าการมาเยือนครั้งนี้จะเป็นอย่างไร แปดปีเต็มแล้วที่ผมไม่ได้เจอพวกท่าน และผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกท่านจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเห็นหน้าผม โดยเฉพาะพ่อ
แม้ว่าตอนนี้ผมจะกลัวจนแทบบ้า แต่ในใจลึกๆ ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความหวัง ผมหวังว่าพ่อจะยอมรับและรับผมกลับไปเป็นลูกชายของท่านอีกครั้ง
ผมหวังว่าท่านจะเข้าใจว่าผมเป็นเกย์ และไม่ว่าอย่างไรมันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผมหวังว่ามุมมองของท่านที่มีต่อคนเป็นเกย์จะกว้างขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผมหวังว่าท่านจะเห็นว่านี่คือตัวตนของผม การเป็นเกย์คือตัวผม คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนได้อยู่บ้าน
ผมยังจำคำพูดทิ่มแทงและสีหน้ารังเกียจของท่านในวันที่ไล่ผมออกจากบ้านเมื่อแปดปีก่อนได้ดี วันนั้นถูกสลักลึกลงในความทรงจำของผมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผมผ่อนลมหายใจที่สั่นเทาออกมาอย่างเชื่องช้า
พระเจ้า ผมหวังว่าครั้งนี้ทุกอย่างจะต่างออกไปจากเดิมนะ
คนขับแท็กซี่หักพวงมาลัยเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนบ้านพ่อแม่ผม ผมสูดหายใจเรียกความกล้า อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่ผมเคยมาที่นี่
"จอดตรงนี้ครับ" ผมบอกคนขับพลางชี้ไปที่บ้านของเรา
เขาพยักหน้าเงียบๆ แล้วค่อยๆ ชะลอรถจอดที่หน้าบ้าน ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง จากนั้นก็จ่ายเงินแล้วก้าวลงจากรถ ผมยืนอยู่ริมฟุตบาท มองดูรถแท็กซี่ขับออกไป
เมื่อรถลับสายตา ผมก็พ่นลมหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อย กอดของที่ซื้อมาไว้แนบอก ผมพองลมที่แก้มแล้วหันไปเผชิญหน้ากับบ้านของเรา เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น
"เอาวะ เป็นไงเป็นกัน" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ
จากนั้นผมก็เดินขึ้นบันไดคอนกรีต หยุดยืนที่ระเบียงหน้าบ้าน สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ เป็นครั้งสุดท้าย กดกริ่งประตู แล้วก็รอคอย
ให้ตายเถอะ ผมสาบานเลยว่าแต่ละวินาทีมันยาวนานเหมือนเป็นชาติ เสื้อของผมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ และหัวใจบ้าๆ นี่ก็ไม่ยอมหยุดเต้นกระหน่ำชนซี่โครงเสียที
ในที่สุดประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นแม่
ดวงตากลมโตสีฟ้าของท่านเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงขีดสุด เสียงอุทานด้วยความตกใจหลุดออกจากริมฝีปาก ราวกับไม่อยากเชื่อสายตาว่าเป็นผม
พระเจ้า ผมคิดถึงแม่เหลือเกิน
รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าทำให้ท่านดูแก่ลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเมื่อแปดปีก่อนที่ผมเห็นท่านครั้งสุดท้าย และมันก็ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดนิดๆ ที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อมองดูท่านค่อยๆ แก่ชราลง
"โอ้ พระเจ้า! เฮนรี่!" ท่านร้องเสียงหลง แล้วโผเข้ากอดผม
ผมรับตัวท่านไว้ สวมกอดท่านด้วยความอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความรัก "โอ้ เฮนรี่ นี่ลูกจริงๆ ใช่ไหม?"
ผมหัวเราะเบาๆ "ครับแม่ ผมเองจริงๆ"
"ลูกแม่" ท่านกอดผมแน่นขึ้น ซบหน้าลงบนไหล่ของผม "แม่ไม่อยากจะเชื่อเลย แม่คิดถึงลูกมากเหลือเกิน"
"ผมคิดถึงแม่มากกว่าอีกครับ" ผมพึมพำ กอดท่านแน่นขึ้นไปอีก น้ำตารื้นขึ้นมาในดวงตา ทำท่าจะไหลรินลงมา แต่ผมก็รีบกะพริบตาไล่มันกลับไปพลางสูดน้ำมูก "ผมคิดถึงแม่แทบบ้าเลยครับ"
เรายืนกอดกันอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านอยู่นานสองนาน และเมื่อเราผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง ท่านก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผมแล้วประคองใบหน้าผมไว้ด้วยสองมือ
"โอ้ ลูกแม่! ลูกเป็นยังไงบ้าง?" ท่านถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความห่วงใย น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ผมเอื้อมมือไปใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้ท่าน "ลูกสบายดีใช่ไหม? บอกแม่ทีสิว่าตลอดหลายปีมานี้ลูกสบายดี พระเจ้า แม่นี่มันเป็นแม่ที่แย่จริงๆ แม่..."
"เดี๋ยวครับแม่ แม่!" ผมพูดแทรก วางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่ท่านเพื่อปลอบประโลม แล้วก้มลงยิ้มให้ "ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร ผมสบายดี ผมแข็งแรงและสบายดี แม่เห็นไหม? ดูสิ" ผมเบ่งกล้ามแขนให้ดู "ผมไปยิมทุกวัน สุขภาพแข็งแรงดีเห็นไหมครับ? อีกอย่าง มันไม่ใช่ความผิดของแม่เลยนะที่พ่อไล่ผมออกจากบ้าน โอเคไหม?"
"แต่แม่..."
"ไม่มีอะไรที่แม่จะพูดหรือทำเพื่อเปลี่ยนใจพ่อได้หรอกครับ" ผมบอกเสียงเบา "ผมอยากให้แม่รู้ว่าผมไม่ได้โทษแม่สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น... หรือแม้แต่พ่อก็ตาม โอเคไหมครับ?"
ท่านจ้องมองลึกเข้ามาในตาผมอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าผมหมายความตามที่พูดทุกคำ ท่านก็พยักหน้าเบาๆ พลางเช็ดน้ำตา จากนั้นก็เบี่ยงตัวหลบและผายมือให้ผมเดินเข้าไปข้างใน
"เข้ามาข้างในสิลูก" ท่านบอก "แม่จะหาอะไรให้กิน"
"อ้อ นี่ของแม่ครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงขณะก้าวเข้ามาในโถงทางเดิน แล้วยื่นของที่ซื้อมาฝากให้ท่าน "แล้วพ่อล่ะครับ?"
ท่านรับของไป ปิดประตู แล้วเดินนำหน้าผมไป ผมเดินตามหลังท่าน
"พ่อไปตกปลากับเพื่อนน่ะจ้ะ เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้ว" ท่านตอบ "นั่งพักก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ไปทำอะไรมาให้"
แล้วท่านก็หายเข้าไปในห้องครัว
ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านขณะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
ถนนข้างนอกเปลี่ยนไปก็จริง แต่ทุกอย่างในนี้ยังคงเหมือนเดิมเป๊ะตามที่ผมจำได้ โต๊ะกาแฟ ชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยนิยายเล่มโปรดของแม่ แจกันดอกไม้สดบนโต๊ะข้างโซฟา รูปถ่ายครอบครัวบนผนัง เก้าอี้อาร์มแชร์เก่าคร่ำคร่าที่พ่อชอบนั่งเป็นประจำ พรมที่วางอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ผมจำความได้ ผ้าม่านลายดอกไม้ที่คุ้นตา และหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามา
ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ ยังคงเหมือนเดิมกับตอนที่ผมจากมา ราวกับถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความทรงจำอันแสนคิดถึงและอารมณ์ความรู้สึกที่พรั่งพรูหลั่งไหลกลับมาขณะที่ผมนั่งอยู่ตรงนี้
[สวัสดีครับ นักเขียนเองนะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ แค่อยากจะบอกให้รู้ไว้ก่อนว่าเรื่องนี้เป็นนิยายโรมานซ์ชายรักชายแนวอีโรติกสายดาร์ก ซึ่งหมายความว่าในตอนต่อๆ ไปจะมีเนื้อหาที่รุนแรง เช่น การทำร้ายร่างกาย การสะกดรอยตาม การลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ การใช้อำนาจข่มเหง รวมถึงการฆาตกรรมและอื่นๆ อีกมากมาย ใช่ครับ ดังนั้น ถ้าแนวนี้ไม่ใช่ทางของคุณ ก็สามารถกดข้ามเรื่องนี้ไปได้เลย ขอบคุณที่สละเวลาครับ]
